อย่างน้อยมันก็เป็น Ford Wildtrak
รถทดแทนที่ว่าคือ Ford Wildtrak 3.2 4x4
เอาว่ะ! ก็ยังดี
ศูนย์ทำเรื่องให้ใช้รถทดแทนระหว่างการวิเคราะห์ปัญหาไว้ 7 วัน แต่ก็ได้สอบถามกับ SA ของศูนย์บริการแล้วว่าถ้าเกิด 7 วัน แล้วยังไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดได้ จะทำอย่างไรต่อไป
"ต้องรอปรึกษาหัวหน้าก่อน"
มาดูตัวสมรรรถนะของ 3.2 กันบ้าง
คงไม่มีบ่อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ใช้รถรุ่นท๊อปของค่ายนี้ 2 ตัว ในเวลาใกล้เคียงกันอย่างผม
บอกได้เลยว่า สมรรถนะนั้นเหลือกินทีเดียว
ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม ยอดขายของ 2.0 Bi-Turbo ถึงได้ดี มันเป็นเพราะสิ่งที่ 3.2 ทำมานั่นเอง
รถที่ได้มา 3.2 มีระยะการใช้งานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 122,000 กิโลเมตร เป็นรถที่จัดหาเช่ามาให้ แน่นอน มันต้องมีการใช้ผ่านมาหลายพลขับ
อารมณ์ของการขับไม่ต่างกับ 2.0 Bi-Turbo สิ่งที่พอจะเห็นได้อย่างชัดเจนคือ เสียงของเครื่องที่คำรามได้แน่น กว่า แรงที่ออกตัวดีกว่า แรงที่ขึ้นลานจอดรถเรียกได้ว่ากินขาด เหลือเฟือจริง ๆ
วงล้อการเลี้ยวของ 3.2 ดูแล้วจะแคบกว่า อย่างชัดเจน เรียกได้ว่า ถ้าได้ขับ 2.0 Bi-Turbo แล้วมาขับ 3.2 จะบอกได้เลยว่า มันดูเลี้ยวได้มั่นใจกว่า
การขึ้นลานจอดรถ จากเดิมถ้าเป็น 2.0 Bi-Turbo หากลองค่อย ๆ ใต่ขึ้นเนิน เสียงของเครื่องยนต์และระบบสายพานต่าง ๆ ดูไม่แน่น ต้องแอบลุ้นอยู่ แต่พอเป็น 3.2 แรงและเครื่องเหลือเฟือจริง ๆ รอบต่ำกว่า 2.0 อีก
คนที่บอกว่า 3.2 นั้นเครื่องกระตุก แต่พอได้ลองขับแล้ว ไม่กระตุกอย่างที่เขาบอกกัน
ผมจะค่อย ๆ ทำตัวเป็นนัก review สำหรับเจ้า 3.2 นี้สักพัก เพราะว่าตอนนี้ต้องใช้รถเกือบทุกวัน
3.2 นี่มันไม่มี Precolision detection เหรอ
No comments:
Post a Comment